2 Peter
2 Peter 1
2 Peter 1:1-2
ข้อมูลทั่วไป
เปโตรระบุว่าเขาเองเป็นผู้เขียน รวมถึงระบุชื่อและทักทายบรรดาผู้เชื่อซึ่งเขาได้เขียนถึง
ทาสและอัครสาวกของพระเยซูคริสต์
เปโตรกล่าวถึงตัวเขาเองในฐานะผู้รับใช้ของพระเยซูคริสต์ รวมถึงเป็นผู้ที่ได้รับตำแหน่งหน้าที่ในฐานะอัครสาวกของพระเยซูคริสต์
เรียน ท่านผู้ที่ได้รับความเชื่อที่มีค่าเช่นเดียวกับที่เราได้รับ
เปโตรกำลังเปรียบเทียบว่าความจริงเกี่ยวกับพระเยซูคริสต์นั้นเป็นสิ่งที่ผู้เชื่อสามารถรับเอาไว้ได้เช่นเดียวกับการที่คนหนึ่งสามารถรับเอาสิ่งของเอาไว้ (ให้ดูใน: figs_abstractnouns)
เรียน ท่านผู้ที่ได้รับ
"ถึงท่านที่ได้รับ" เปโตรกำลังพูดกับบรรดาผู้เชื่อที่ได้อ่านจดหมายฉบับนี้
ที่เราได้รับ
คำว่า "เรา" ในที่นี้หมายถึงเปโตรและอัครสาวกคนอื่นๆ แต่ไม่ได้หมายถึงคนที่เปโตรกำลังเขียนถึง แปลได้อีกอย่างว่า "เรา อัครสาวก ผู้ซึ่งได้รับ" (ให้ดูใน: figs_exclusive)
ขอพระคุณจงอยู่กับท่านและสันติสุขจงเพิ่มพูน(อย่างมากมาย)
พระเจ้าเป็นผู้ซึ่งทรงประทานพระคุณและสันติสุขให้แก่บรรดาผู้เชื่อ แปลได้อีกอย่างว่า "ขอให้พระเจ้าเพิ่มพูนพระคุณและสันติสุขของท่าน" (ให้ดูใน: figs_explicit)
ขอพระคุณจงอยู่กับท่านและสันติสุขจงเพิ่มพูน
เปโตรกำลังเปรียบสันติสุขเสมือนกับเป็นสิ่งของที่สามารถเพิ่มจำนวนขึ้นหรือมีขนาดใหญ่ขึ้น (ให้ดูใน: figs_metaphor)
โดยรู้จักพระเจ้าและพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา
ในภาษาอังกฤษนั้นใช้คำว่า "in the knowledge of God and of Jesus our Lord" ซึ่งแปลตรงตัวได้ว่า "ในความรู้ซึ่งท่านมีเกี่ยวกับพระเจ้าและพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา" อย่างไรก็แล้วแต่เมื่อแปลเป็นภาษาไทย สามารถใช้กรยาวลีแทนได้ ดังนั้นจึงแปลเป็นภาษาไทยได้ว่า "โดยรู้จักพระเจ้าและพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา"
2 Peter 1:3-4
ข้อมูลทั่วไป
เปโตรเริ่มต้นโดยการสั่งสอนบรรดาผู้เชื่อเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตคริสเตียน
สำหรับชีวิตและความดี
คำว่า "ความดี" นั้นอธิบายถึงลักษณะของชีวิตว่าดีอย่างไร แปลได้อีกอย่างว่า "สำหรับชีวิตที่ดี" (ให้ดูใน: figs_hendiadys)
ผู้ทรงเรียกเรา
คำว่า "เรา" ในที่นี้หมายถึงเปโตรและผู้อ่าน (ให้ดูใน: figs_inclusive)
ผ่านทางพระสิริและคุณธรรมของพระองค์
"ผ่านทางพระสิริของพระองค์และคุณธรรมอันเป็นเลิศ"
ผ่านสิ่งเหล่านี้
คำว่า "สิ่งเหล่านี้" หมายถึง "พระสิริและคุณธรรมของพระองค์"
ท่านอาจเป็นผู้แบ่งปัน
"ท่านอาจแบ่งปัน"
สภาพอันศักดิ์สิทธิ์
พระลักษณะของพระเจ้า
ความเสื่อมโทรมที่มีอยู่ในโลกนี้
สาเหตุที่โลกถูกกำนดให้ถูกทำลายนั้นได้รับการเปรียบเทียบให้เหมือนกับสิ่งของซึ่งมีอยู่ในโลกนี้ (ให้ดูใน: figs_abstractnouns)
2 Peter 1:5-7
ด้วยเหตุนี้
คำดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าเนื้อหานี้มีความเกี่ยวโยงกับสิ่งที่เปโตรพูดไปในข้อก่อนหน้านี้ แปลได้อีกอย่างว่า "เพราะสิ่งที่พระเจ้าได้ทรงกระทำนั้น" (ให้ดูใน: figs_explicit)
คุณธรรม
"คุณธรรมอันเป็นเลิศ"
ความรักฉันพี่น้อง
หมายถึงความรักที่มีให้ต่อเพื่อนหหรือครอบครัว มีความหมายว่าให้พวกเขารักครอบครัวฝ่ายวิญญาณ
2 Peter 1:8-9
สิ่งเหล่านี้
หมายถึง ความเชื่อ คุณธรรม ความรู้ การบังคับตน ความอดทน ความดีงาม ความรักฉันพี่น้อง และความรัก ซึ่งเปโตรได้กล่าวถึงในพระธรรมข้อก่อนหน้านี้
ท่านจะไม่เป็นหมันหรือไม่เกิดผล
เปโตรเปรียบเทียบคนที่ไม่มีคุณสมบัติเหล่านี้ว่าคนๆนั้นเป็นเหมือนกับทุ่งหญ้าที่ไม่ผลิดอกออกผล สามารถแปลโดยให้ความหมายในเชิงบวกได้ ดังนั้นจึงแปลได้อีกอย่างว่า "ท่านจะผลิดอกออกผล" หรือ "ท่านจะเกิดผล" (ให้ดูใน: figs_metaphor และ figs_doublenegatives)
เป็นหมันหรือไม่เกิดผล
คำเหล่านี้มีความหมายอย่างเดียวกัน ใช้เพื่อเน้นว่าคนๆหนึ่งไม่เกิดผลหรือได้รับสิทธิประโยชน์อันใดจากการรู้จักพระเยซู แปลได้อีกอย่างว่า "ไม่เกิดผล" (ให้ดูใน: figs_doublet)
ในความรู้ขององค์พระเยซูคริสต์เจ้า
ท่านสามารถแปลคำว่า "ความรู้" โดยใช้กริยาวลีแทน แปลได้อีกอย่างว่า "ผ่านการรู้จักพระเจ้าและองค์พระเยซูคริสต์เจ้าของเรา" ให้กลับไปว่า 1:1 แปลว่าอย่างไร (ให้ดูใน: figs_abstractnouns)
ผู้ใดที่ขาดสิ่งเหล่านี้
ผู้ใดก็ตามที่ไม่มีสิ่งเหล่านี้
เห็นเฉพาะสิ่งที่อยู่ใกล้เขาเป็นคนตาบอด
เปโตรเปรียบเทียบคนที่ไม่มีสิ่เหล่านี้ว่าเป็นคนที่สายตาสั้นหรือไม่ก็ตาบอดเพราะเขาไม่เข้าใจในคุณธรรมความดี แปลได้อีกอย่างว่า "ก็เป็นเสมือนผู้ที่สายตาสั้นซึ่งไม่เห็นถึงความสำคัญของสิ่งเหล่านี้" (ให้ดูใน: figs_metaphor)
การชำระจากความผิดบาปเมื่อก่อนของเขา
สามารถแปลโดยใช้กริยาแทนก็ได้ ดังนั้นจึงแปลได้อีกอย่างว่า "ซึ่งพระเจ้าทรงชำระเขาให้สะอาดจากบาปของเขาเมื่อครั้งก่อน" (ให้ดูใน: figs_abstractnouns)
2 Peter 1:10-11
ให้การทรงเรียก และทรงเลือกของท่านให้เป็นที่แน่ใจสำหรับตัวเอง
คำว่า "การทรงเรียก" และ "การทรงเลือก" นั้น มีความหมายที่คล้ายคลึงกัน หมายถึงการที่พระเจ้าทรงเลือกเขานั้นให้เป็นของพระองค์ แปลได้อีกอย่างว่า "ดูให้แน่ใจว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าได้เลือกท่านให้เป็นของพระองค์จริงๆ" (ให้ดูใน: figs_doublet)
ท่านจะไม่สะดุด
คำว่า "สะดุด" หมายความว่า 1) การกระทำบาป หรือ 2) การกลายเป็นคนที่ไม่สัตย์ซื่อต่อพระเจ้า สามารถแปลได้อีกอย่างว่า "ท่านจะไม่ประพฤติบาป" หรือ "ท่านจะไม่กลายเป็นคนที่ไม่สัตย์ซื่อต่อองค์พระเยซูคริสต์" (ให้ดูใน: figs_metaphor)
แในอาณาจักรนิรันดร์ของพระเจ้าและพระเยซูคริสต์เจ้าพระผู้ช่วยให้รอดของเราจะประทานความบริบูรณ์ให้ท่าน
สามารถแปลโดยใช้ประโยคกรรตุวาจก (ให้ประธานเป็นผู้กระทำของประโยค) แปลได้อีกอย่างว่า "พระเจ้าทรงประทานสิทธิสมบูรณ์ที่จะเข้าในอาณาจักรนิรันดร์ของพระเจ้าและพระเยซูคริสต์เจ้าพระผู้ช่วยให้รอดของเราแก่ท่าน" (ให้ดูใน: figs_activepassive)
สิทธิสมบูรณ์ที่จะเข้า
โอกาศที่จะได้เข้า
ประทานความบริบูรณ์
ประทานด้วยพระทัยอันกว้างขวาง
2 Peter 1:12-15
พระธรรมข้อนี้เชื่อมต่อมาจากเนื้อหาก่อนหน้านี้
เปโตรได้บอกเหล่าผู้เชื่อเกี่ยวกับภาระหน้าที่ของเปโตรเองที่จะต้องเป็นผู้ที่คอยตักเตื่อนและสั่งสอนพวกเขาต่อไป
เตือนสติท่านถึงสิ่งเหล่านี้
คำว่า "สิ่งเหล่านี้" หมายถึงทุกสิ่งที่เปโตรได้กล่าวไว้ในข้อก่อนหน้านี้
ท่านตั้งมั่นคงอยู่ในความจริง
"ท่านเชื่อในความจริงเหล่านี้อย่างหนักแน่น"
เตือนสติท่านทั้งหลายให้ระลึกถึงข้อความเหล่านี้
คำว่า "เตือนสติ" หมายถึงการที่ปลุกให้ใครสักคนตื่นขึ้นจากหลับ เปโตรได้เปรียบเทียบว่าการเตือนให้ผู้อ่านได้คิดถึงสิ่งเหล่านี้เป็นเสมือนกับการปลุกพวกเขาให้ตื่นขึ้นมาจากหลับ แปลได้อีกอย่างว่า "เตือนให้ท่านคิดเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจ" (ให้ดูใน: figs_metaphor)
ตราบเท่าที่ข้าพเจ้ายังอาศัยอยู่ในพลับพลานี้ ...ข้าพเจ้าก็จะต้องสละทิ้งพลับพลาของข้าพเจ้าไป
เปโตรกำลังเปรียบร่างกายของตนว่าเหมือนกับพลับพลาที่เขาจะต้องทิ้งจากไป ซึ่งหมายถึงการตายของเปโตร สามารถแปลได้อีกอย่างว่า "ตราบใดที่ข้าพเจ้ายังมีชีวิตอยู่...ข้าพเจ้าจะต้องตายไป" (ให้ดูใน: figs_metaphor and figs_euphemism)
ให้ท่านทั้งหลายระลึกถึงสิ่งเหล่านี้เสมอ
"ให้ท่านสามารถจดจำสิ่งเหล่านี้ได้เสมอ"
เมื่อข้าพเจ้าตายแล้ว
ในภาษาอังกฤษใช้คำว่า "after my departure" ซึ่งแปลตรงตัวได้ว่า "หลังการจากไปของข้าพเจ้า" ในข้อนี้นั้นเปโตรกำลังเปรียบเทียบการตายของเขาว่าเป็นเสมือนกับการจากไปสู่ที่อีกที่หนึ่ง สามารถแปลได้อีกอย่างว่า "หลังจากการตายของข้าพเจ้า" (ให้ดูใน: figs_metaphor และ figs_euphemism)
2 Peter 1:16-18
พระธรรมข้อนี้เชื่อมต่อมาจากเนื้อหาก่อนหน้านี้
เปโตรยังคงสั่งสอนบรรดาผู้เชื่อต่อจากข้อที่แล้ว รวมถึงอธิยาบด้วยว่าเหตุใดพวกเขาจึงสมควรที่จะได้รับความไว้วางใจ
เพราะว่า...เรามิได้คล้อยตามนิยายที่เขาแต่งไว้ด้วยความเฉลียวฉลาด
คำว่า "เรา" ในที่นี้หมายถึงเปโตรและอัครสาวกคนอื่นๆ แต่ไม่ได้หมายถึงผู้อ่านจดหมายฉบับนี้ แปลได้อีอย่างว่า "เพราะเราซึ่งเป็นอัครสาวกมิได้คล้อยตามนิยายที่เขาแต่งไว้ด้วยความเฉลียวฉลาด" (ให้ดูใน: figs_exclusive)
ฤทธิ์เดชและการปรากฎของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา
คำว่า "การปรากฎ" หมายถึงการเสด็จมาครั้งที่สองขององค์พระเยซูคริสต์ มีความหมายที่เป็นไปได้คือ 1) "ฤทธิ์เดชของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราและการเสด็จกลับมาของพระองค์" หรือ 2) "การเสด็จกลับมาซึ่งเต็มไปด้วยทธิ์เดชของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา" (ให้ดูใน: figs_hendiadys)
พระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา
"ของเรา" ในที่นี้หมายถึงบรรดาผู้เชื่อ (ให้ดูใน: figs_inclusive)
เมื่อพระสุรเสียงจากสง่าราศีอันยิ่งใหญ่ได้มาถึงพระองค์
สามารถแปลโดยใช้ประโยคกรรตุวาจก (ให้ประธานเป็นผู้กระทำของประโยค) แปลได้อีกอย่างว่า "เมื่อพระองค์ทรงสดับฟังเสียงซึ่งมาจากสง่าราศีอันยิ่งใหญ่" หรือ "เมื่อสง่าราศีอันยิ่งใหญ่ได้ตรัสแก่พระองค์ว่า" (ให้ดูใน: figs_activepassive)
พระสุรเสียง...ตรัส...ว่า
มีสุรเสียงดังว่า (เสียงของคำต่างๆ)
สง่าราศีอันยิ่งใหญ่
เปโตรใช้คำว่า "สง่าราศรี" แทนพระเจ้า ซึ่งวิธีการดังกล่าวเรียกว่า "การเกลื่อนคำ" (หมายถึงการใช้ถ้อยคำหรือภาษาที่สุภาพนุ่มนวลลดความรุนแรงลง) การเกลื่อนคำถูกนำมาใช้ในบริบทนี้เพื่อเลี่ยงการกล่าวพระนามของพระเจ้าอันเรื่องมาจากความยำเกรงที่เปโตรมีต่อพระองค์ แปงได้อีกอย่างว่า "องค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงสง่าราศรีสูงสุด" (ให้ดูใน: figs_metonymy and figs_euphemism)
เราก็ได้ยินพระสุรเสียงนี้มาจากสวรรค์
เปโตรกำลังพูดถึงตัวเขาเองและสาวกที่ชื่อยากอบและยอห์น ซึ่งเป็นผู้ที่ได้ยินพระสุรเสียงของพระเจ้า
ในครั้งที่เราได้อยู่กับพระองค์
"ในครั้งที่เราได้อยู่กับพระเยซูคริสต์"
2 Peter 1:19-21
ข้อมูลทั่วไป
เปโตรเริ่มต้นกล่าวตักเตือนบรรดาผู้เชื่อเกี่ยวกับผู้เผยพพระวจนะเท็จ
มีคำพยากรณ์ที่แน่นอนยิ่งกว่านั้นอีก
สิ่งที่เปโตรและอัครสาวกคนอื่นๆเห็นซึ่งปรากฎในข้อพระธรรมก่อนหน้านี้นั้นเป็นเครื่องยืนยันว่าสิ่งที่ผู้เผยพระวจนะเคยกล่าวเอาไว้นั้นเป็นจริง สามารถแปลโดยใช้ประโยคกรรตุวาจก (ให้ประธานเป็นผู้กระทำของประโยค) แปลได้อีกอย่างว่า "สิ่งซึ่งเราได้เห็นทำให้คำพยากรณ์นั้นเป็นจริงแน่นอนกว่านั้นอีก" (ให้ดูใน: figs_explicit และ figs_activepassive)
(เรา)มี
คำว่า "เรา" ในที่นี้หมายถึงบรรดาผ฿่เชื่อ รวมถึงเปโตรและผู้อ่านจดหมายฉบับนี้ (ให้ดูใน: figs_inclusive)
คำพยากรณ์
อ้างถึงคำพยากรณ์ซึ่งปรากฎในพระคัมภีร์เดิม แปลได้อีกอย่างว่า "พระวจนะ ซึ่งผู้เผยพระวจนะได้กล่าวไว้" (ให้ดูใน: figs_explicit)
จะเป็นการดีถ้าท่านทั้งหลายจะถือตามคำนั้น
เปโตรกำลังสั่งสอนผู้เชื่อให้ใส่ใจในคำพยากรณ์อย่างใกล้ชิด
เสมือนแสงประทีปที่ส่องสว่างในที่มืด จนกว่าแสงอรุณจะขึ้น
เปโไตรเปรียบคำพพยากรณ์ว่าเหมือนกับโคมไฟที่ส่องสว่างในความมืดจนกว่าแสงสว่างจะปรากฎในตอนเช้า การปรากฎของแสงสว่างในตอนเช้านั้นหมายถึงการเสด็จกลับมาของพระเยซูคริสต์ (ให้ดูใน: figs_simile)
ดาวประจำรุ่งจะผุดขึ้นในใจของท่าน
เปโตรเปรียบพระคริสต์ว่าเป็นดั่ง "ดาวประจำรุ่ง" ซึ่งชี้ให้เห็นถึงการเริ่มต้นวันใหม่และจุดสิ้นสุดของความมืดที่กำลังใกล้เข้ามา กล่าวคือพระเยซูคริสต์จะนำความสว่างมาสู่จิตใจของผู้เชื่อ อันนำมาสู่จุดจบของความสงสัยทั้งปวง ทำให้เกิดความเข้าใจอย่างเต็มบริบูรณ์ว่าพระองค์คือผู้ใด (ให้ดูใน: figs_metaphor)
ดาวประจำรุ่ง
"ดาวประจำรุ่ง" คือดาวเคราะห์ชื่อว่าวีนัส ซึ่งจะขึ้นก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้น เป็นเครื่องหมายว่าวันใหม่กำลังจะเริ่มแล้ว
จงรู้เป็นสิ่งแรก
"จงรู้เถิดว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด"
ไม่มีคำทำนายที่เคยมาจากความประสงค์ของมนุษย์
ข้อความนี้มีความหมายที่เป็นไปได้หลายทางคือ 1) ผู้เผยพระวจนะไม่ได้อ้างว่าเป็นผู้พยากรณ์คำพยากรณ์ด้วยตัวเอง (UDB) 2) คนต้องอาศัยพระวิญญาณบริสุทธิ์ในการที่จะเข้าใจคำพยากรณ์ต่างๆ 3) ในการตีความคำพยากรณ์นั้นต้องอาศัยความช่วยเหลือจากชุมชนผู้เชื่อซึ่งเป็นพี่น้องคริสเตียนเหมือนกัน
นุษย์ผู้ที่พร้อมดำเนินการโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ตรัสจากพระเจ้า
พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงนำให้มนุษย์กล่าวในสิ่งที่พระเจ้าอยากให้เขาพูด ประโยคดังกล่าวสามารถแปลโดยใช้ประโยคกรรตุวาจก (ให้ประธานเป็นผู้กระทำของประโยค) แปลได้อีกอย่างว่า "มนุษย์พูดสิ่งซึ่งมาจากพระเจ้าด้วยความเชื่อเหลือจากพระวิญญาณบริสุทธิ์" (ให้ดูใน: figs_activepassive)
ผู้ที่พร้อมดำเนินการโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์
ฉบับภาษาอังกฤษใช้ว่า "men carried along by the Holy Spirit" ซึ่งแปลตรงตัวได้ว่า "มนุษย์ซึ่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงนำหรืออุ้มติดตัวไป" ในบริบทนี้นั้นเปโตรกำลังเปรียบเทียบว่าการที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ซึ่งเป็นผู้ที่ทรงช่วยให้ผู้เผยพระวจนะเขียนในสิ่งซึ่งองค์พระผู้เป็นเจ้าอยากจะให้เขาเขียนนั้นเหมือนกับการที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงอุ้มเขาจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง (ให้ดูใน: figs_metaphor)
2 Peter 2
2 Peter 2:1-3
ข้อมูลทั่วไป
เปโตรเริ่มต้นตักเตือนบรรดาผู้เชื่อเกี่ยวกับผู้เผยพระวจนะเท็จ
แต่ว่าได้มีผู้พยากรณ์เท็จมายังประชาชน เช่นเดียวกับที่จะมีครูสอนเท็จท่ามกลางท่านทั้งหลาย
เช่นเดียวกับการที่มีผู้เผยพระวจนะเท็จซึ่งหลอกลวงอิสราเอลด้วยคำพูดของเขา ก็จะมีผู้สอนเท็จมาสั่งสอนคำโกหกเกี่ยวกับองค์พระคริสต์เช่นเดียวกัน
ลัทธิที่ออกนอกลู่นอกทางอันจะนำไปสู่ความหายนะ
คำว่า "ลัทธิที่ออกนอกลู่นอกทาง" หทายถึงความเห็นซึ่งต่างจากคำสอนหรือพระวจนะของพระเยซูคริสต์และอัครสาวก ซึ่งลัทธิดังกล่าวจะทำลายความเชื่อของผู้ที่หันไปเชื่อผู้สอนเท็จ
องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ได้ทรงไถ่เขาไว้
ฉบับภาษาอังกฤษใช้ "the master who bought them" ซึ่งแปลตรงตัวได้ว่า "เจ้านายผู้ซึ่งได้ซื้อพวกเขาไว้แล้ว" คำว่า "เจ้านาย" หมายถึงคนซึ่งเป็นเจ้าของทาส ซึ่งเปโตรเปรียบพระเยซูว่าพระองค์เป็นดั่งเจ้าของของคนซึ่งพระองค์ทรงซื้อไว้แล้ว และราคาที่พระองค์ต้องจ่ายก็คือการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ (ให้ดูใน: figs_metaphor และ figs_explicit)
ประพฤติตามทางแห่งการสาปแช่ง
"การประพฤติทางเพศที่ผิดศีลธรรม"
ทางแห่งความจริงจะถูกกล่าวร้าย
คำว่า "ทางแห่งความจริง" หมายถึงความเชื่อของคริสเตียนที่เชื่อในหนทางอันแท้จริงซึ่งนำไปสู่พระเจ้า สามารถแปลโดยใช้ประโยคกรรตุวาจก (ให้ประธานเป็นผู้กระทำของประโยค) แปลได้อีกอย่างว่า "คนอธรรมจะกล่าวร้ายต่อทางแห่งความจริง" (ให้ดูใน: figs_activepassive)
กล่าวคำตลบตะแลงเพื่อค้ากำไรจากท่าน
"หลอกให้ท่านมอบเงินแก่เขาด้วยการกล่าวคำโกหกแก่ท่าน"
การลงโทษคนเหล่านั้นที่ได้ถูกพิพากษานานมาแล้วจะไม่เนินช้า และความหายนะของเขาก็จะไม่หลับไหลไป
คำว่า "การพิพากษา" และ "ความหายนะ" ถูกเปรียบให้เหมือนกับคนที่สามารถกระทำสิ่งต่างๆได้ ทั้งสองประโยคข้างต้นนั้นมีความหมายเหมือนกัน ใช้เพื่อเน้นให้เห็นว่าผู้สอนเท็จนั้นจะถูกลงโทษพิพากษาเร็วแค่ไหน (ให้ดูใน: figs_personification และ figs_parallelism)
การลงโทษคนเหล่านั้นที่ได้ถูกพิพากษานานมาแล้วจะไม่เนินช้า และความหายนะของเขาก็จะไม่หลับไหลไป
สามารถแปลประโยคข้างต้นให้เป็นประโยคบอกเล่าได้ แปลได้อีกอย่างว่า "พระเจ้าจะทรงลงโทษพิพากษาเขาในไม่ช้า พระองค์พร้อมแล้วที่จะทำลายเขา" (ให้ดูใน: figs_doublenegatives และ figs_abstractnouns)
2 Peter 2:4-6
พระธรรมข้อนี้เชื่อมต่อมาจากเนื้อหาก่อนหน้านี้
เปโตรยกตัวอย่างผู้ที่ต่อต้านพระเจ้าและผู้ที่พระเจ้าทรงลงโทษเพราะสิ่งที่เขาทำ
ไม่ได้ทรงยกเว้น
"ไม่ได้ยับยั้งการลงโทษ" หรือ "ลงโทษ"
ทรงผลักเขาลงไปสู่นรก
ฉบับภาษาอังกฤษใช้ "he handed them down to Tartarus" คำว่า "Tartarus" มีที่มาจากศาสนาของชาวกรีกซึงหมายถึงสถานที่ที่วิญญาณชั่วและคนชั่วซึ่งตายไปถูกลงโทษ แปลได้อีกอย่างว่า "โยนพวกเขาลงสู่นรก" (ให้ดูใน: translate_names)
ได้มัดเขาไว้ด้วยเครื่องจองจำแห่งความมืด
สามารถแปลโดยใช้ประโยคกรรตุวาจก (ให้ประธานเป็นผู้กระทำของประโยค) แปลได้อีกอย่างว่า "ที่ซึ่งพระองค์จองจำเขาดด้วยโซ่ตรวนแห่งขุมนรกมืด" (ให้ดูใน: figs_activepassive)
ด้วยเครื่องจองจำแห่งความมืด
มีความหมายที่เป็นไปได้คือ 1) "ด้วยโซ่ตรวนในที่มืดมิด" หรือ 2) "ในขุมแห่งความดำมือซึ่งขังพวกเขาไว้ดั่งโซ่ตรวน" (ให้ดูใน: figs_metaphor)
จนกว่าจะถึงเวลาทรงพิพากษา
หมายถึงวันแห่งการพิพากษาเมื่อพระเจ้าจะทรงพิพากษาทุกๆคน
พระองค์ก็ไม่ได้ทรงยกเว้นมนุษย์โลกครั้งโบราณ
คำว่า "โลก" หมายถึงผู้คนที่เคยอาศัยอยู่บนโลก แปลได้อีกอย่างว่า "พระองค์มิได้ละเว้นผู้คนที่เคยอาศัยอยู่ในโลกในยุคโบราณ" (ให้ดูใน: figs_metonymy)
แต่ได้ทรงช่วยโนอาห์...กับคนอื่นอีกเจ็ดคนให้รอด
พระเจ้ามิได้ทรงทำลายโนอาห์และคนอื่นๆอีกเจ็ดคนเมื่อครั้งที่พระองค์ทรงทำลายผู้คนอื่นๆที่เหลือซึ่งอาศัยอยู่ในโบราณกาล
ลงโทษเมืองโสโดมและเมืองโกโมราห์ให้พินาศเป็นเถ้าถ่าน
"เผาเมืองโสโดมและเมืองโกโมราห์ด้วยไฟจนกว่าจะเหลือเพียงเถ้าถ่าน"
ทรงลงโทษ(พวกเขา)...ให้พินาศ
พวกเขาหมายถึงเมืองโสโดมและเมืองโกโมราห์ รวมไปถึงผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองนั้นด้วย
เพื่อให้เป็นตัวอย่างแก่คนต่อไปที่จะประพฤติชั่ว
เมืองโสโดมและเมืองโกโมราห์ถูกใช้เป็นตัวอย่างและเป็นเครื่องเตือนใจว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นหากผู้คนไม่เชื่อฟังพระเจ้า
2 Peter 2:7-9
พระธรรมข้อนี้เชื่อมต่อมาจากเนื้อหาก่อนหน้านี้
เปโตรยกโลทเป็นตัวอย่าง ซึ่งเป็นผู้ที่หนีรอดจากการอยู่ท่ามกลางคนซึ่งสมควรได้รับการลงโทษ
การประพฤติลามกของคนชั่วเหล่านั้น
"ความประพฤติที่ผิดศีลธรรมของคนเหล่านั้นที่ไม่ได้ทำตามพระบัญญัติของพระองค์"
คนชอบธรรมนั้น
หมายถึงโลท
จิตใจที่ชอบธรรมของท่านก็เป็นทุกข์เป็นร้อน
คำว่า "จิตใจ" ในที่นี้หมายถึงควาคิดและอารมณ์ความรู้สึกของโลท ความประพฤติที่ผิดศีลธรรมของชาวเมืองโสโดมและโกโมราห์รบกวนจิตใจความรู้สึกของโลท แปลได้อีกอย่างว่า "รบกวนจิตใจความรู้สึก(ของโลท)เป็นอย่างมาก" (ให้ดูใน: figs_synecdoche)
2 Peter 2:10-11
พระธรรมข้อนี้เชื่อมต่อมาจากเนื้อหาก่อนหน้านี้
เปโตรเริ่มต้นโดยการอธิบายถึงลักษณะของคนอธรรม
(สิ่งนี้เป็นจริง)โดยเฉพาะ(อย่างยิ่งกับ)
คำว่า "สิ่งนี้" หมายถึงการที่พระเจ้าทรงขังคนอธรรมไว้ในคุกจนกว่าจะถึงวันแห่งการพิพากษาใน 2:7
คนเหล่านั้นที่ปล่อยตัวไปตามเนื้อหนัง
คำว่า "ปล่อยตัวไปตามเนื้อหนัง" หมายถึงความปราถนาซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติบาป แปลได้อีกอย่างว่า "คนเหล่านั้นที่ยังคงกระทำตามความปราถนาบาปและเสื่อมทราม"
หมิ่นประมาทผู้ใหญ่ที่มีอำนาจ
"ปฏิเสธที่จะยอมต่อสิทธิอำนาจของพระเจ้า" คำว่า "อำนาจ" ในที่นี้อาจหมายถึงสิทธิอำนาจของพระเจ้า
อำนาจ
คำว่า "อำนาจ" เป็นตัวแทนของพระเจ้า ผู้ซึ่งออกคำบัญชาและลงโทษผู้ที่ไม่เชื่อฟัง (ให้ดูใน: figs_metonymy)
ประพฤติตามอำเภอใจ
**ตามอำเภอใจ "ทำสิ่งใดก็ได้ที่ตนอยากทำ"
ผู้ที่มีศักศรี
คำนี้หมายถึงสิ่งซึ่งเป็นวิญญาณ เช่น ทูตสวรรค์หรือมารซาตาน
ที่มีฤทธิ์ และกำลังมากกว่า
มีความหมายที่เป็นไปได้คือ 1) ผู้ที่มีศักศรี หรือ 2) ผู้สอนหรือผู้เผยพระวจนะเท็จ
(พวกเขา)ไม่ได้กล่าวประณามคนเหล่านั้น
คำว่า "พวกเขา" หมายถึงทูตสวรรค์ ส่วนคำว่า "คนเหล่านั้น" อาจหมายถึง 1) ผู้ที่มีศักศรี หรือ 2) ผู้สอนหรือผู้เผยพระวจนะเท็จ
ไม่ได้กล่าวประณามคนเหล่านั้น
ฉบับภาษาอังกฤษใช้ "bring insulting judgments against them" ซึ่งแปลตรงตัวได้ว่า "นำการประณามมาต่อสู้กับคนเหล่านั้น" การที่ทูตสวรรค์ได้กล่าวประณามคนชั่วนั้นได้รับการเปรียบเทียบเสมือนกับว่าทูตสวรรค์โจมตีเขาเหล่านั้นด้วยข้อกล่าวหาเป็นอาวุธ (ให้ดูใน: figs_metaphor)
2 Peter 2:12-14
สัตว์เดียรัจฉานที่ปราศจากความคิด
สามารถแปลโดยใช้ประโยคกรรตุวาจก (ให้ประธานเป็นผู้กระทำของประโยค) แปลได้อีกอย่างว่า "สัตว์ที่ไม่มีความคิดซึ่งเกิดมาตามธรรมชาติ" (ให้ดูใน figs_activepassive)
สัตว์...ที่ปราศจากความคิด
เช่นเดียวกับสัตว์ที่ไม่สามารถคิดใช้เหตุผล คนเหล่านั้นก็เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน แปลได้อีกอย่างว่า "บรรดาผู้เผยพระวจนะเท็จผู้ซึ่งเปรียบเสมือนกับสัตว์ที่ปราศจากความคิด" (ให้ดูใน: figs_metaphor)
เขากล่าวประณามสิ่งที่เขาไม่เข้าใจเลย
เขาเหล่านั้นกล่าวสิ่งชั่วร้ายต่อสิ่งที่พวกเขาไม่รู้จักหรือเข้าใจ
เขาจะต้องพินาศ
สามารถแปลโดยใช้ประโยคกรรตุวาจก (ให้ประธานเป็นผู้กระทำของประโยค) แปลได้อีกอย่างว่า "พระเจ้าจะทรงทำลายพวกเขา" (ให้ดูใน: figs_activepassive)
พวกเขารับบำเหน็จแห่งการอธรรม
เปโตรเปรียบเทียบว่าผู้เผยพระวจนะเท็จจะได้รับการลงโทษเสมือนกับว่าการได้รับบำเหน็จหรือรางวัล แปลอได้อีกอย่างว่า "พวกเขาจะได้รับตามที่พวกเขาสมควรได้รับตามการอธรรมของเขา" (ให้ดูใน: figs_irony)
การเสเพลเฮฮาในเวลากลางวัน
"การเสเพลเฮฮา" ในที่นี้หมายถึงกิจกรรมที่ผิดศีลธรรมซึ่งรวมไปถึงความละโมบตะกละ, ความเมามาย, และกิจกรรมทางเพศ การทำสิ่งเหล่านี้ในเวลากลางวันนั้นแสดงให้เห็นว่าคนเหล่านี้ไม่มีความละลายในพฤติกรรมเหล่านี้
เขาด่างพร้อยและมลทิน
คำว่า "ด่างพร้อย" และ "มลทิน" มีความหมายคล้ายคลึงกัน เปโตรกำลังเปรียบเทียบว่าผู้เผยพระวจนะเท็จนั้นเปรีบเสมือนกับรอยด่างบนเสื้อซึ่งทำให้ผู้สวมใส่ละลาย แปลได้อีกอย่างว่า "พวกเขาเป็นเหมือนรอยด่างและรอยแผลตำหนิบนเสื้อ ซึ่งก่อให้เกิดความเสื่อมเสีย" (ให้ดูใน: figs_metaphor และ figs_doublet)
ตาเขาเต็มไปด้วยความปรารถนาแห่งการล่วงประเวณี
คำว่า "ตา...เต็มไป" หมายความว่าเขาลุ่มหลงในสิ่งที่เห็น มีความหมายที่เป็นไปได้คือ 1) "พวกเขาคิดว่าผู้หญิงที่เขาเห็นนั้นน่าหลับนอนด้วย หรือ ต้องการที่จะหลับนอนกับหญิงเหล่านั้น หรือ 2) "พวกเขามักจะมองหาหญิงเจ้าชู้ที่เขาจะสามารถหลับนอนด้วยได้" (ให้ดูใน: figs_metonymy)
เขาหยุดกระทำบาปไม่ได้เลย
แม้ว่าพวกเขาจะบาปเพื่อตอบสนองต่อราคะตัณหาให้หนำแก่ใจ แต่บาปที่พวกเขาได้กระทำนั้นก็ไม่เคยทำให้พวกเขาพอใจได้เลย
เขาวางกับดักคนที่มีจิตใจไม่มั่นคง
คำว่า "จิตใจ" ในที่นี้หมายถึงคน แปลได้อีกอย่างว่า "พวกเขาล่อและชักนำคนเหล่านั้นที่ไม่มั่นคง" (ให้ดูใน: figs_synecdoche)
ใจชินกับการโลภ
คำว่า "ใจ"ในที่นี้หมายถึงความคิดและอารมร์ความรู้สึกของคนๆหนึ่ง เพราะเป็นการกระทำที่ทำจนเป็นนิสัย จึงเป็นการฝึกให้พวกเขาเองคิดและกระทำอย่างละโมบโลภมาก (ให้ดูใน: figs_metonymy)
ลูกแห่งความสาปแช่ง
คำว่า "ลูก" หมายถึงคนเหล่านั้นที่ถูกแช่งสาป แปลได้อีกอย่างว่า "เขาเหล่านั้นผู้ซึ่งอยู่ภายใต้การสาปแช่งของพระเจ้า" (ให้ดูใน: figs_metaphor)
2 Peter 2:15-16
เขาสละทิ้ง...หลงไปใน... ดำเนินตาม...
ผู้สอนเท็จได้สละทิ้ง...หลงไปใน... ดำเนินตาม..." ผู้เสอนเท็จปฏิเสธที่จะเชื่อฟังพระเจ้าโดยการไม่ยอมรับในสิ่งที่ถูกต้อง
ทางถูกต้อง
ความประพฤติที่ถูกต้องซึ่งเป็นที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้านั้นถูกเปรียบเทียบว่าเป็นทางที่เราควรดำเนินตามไป (ให้ดูใน: figs_metaphor)
บาลาอัมก็ได้ถูกติ
สามารถชี้ให้ชัดเจนเลยก็ได้ว่าพระเจ้าเป็นผู้ที่ทรงติบาลาอัม แปลได้อีกอย่างว่า "พระผู้เป็นเจ้าทรงติเขา" (UDB) (ให้ดูใน: figs_abstractnouns)
ลาใบ้ตัวนั้นพูดเป็นภาษามนุษย์
ลาซึ่งตามธรรมชาตินั้นพูดไม่ได้ กลับพูดออกมาเป็นเสียงของมนุษย์
ยับยั้งอาการคลุ้มคลั่งของศาสดาพยากรณ์คนนั้น
พระเจ้าทรงใช้ลาเพื่อยั้บยั้งการกระทำซึ่งดูโง่เขลาของศาสดาพยากรณ์คนนั้น (ให้ดูใน: figs_metonymy)
2 Peter 2:17-19
คนเหล่านี้เป็นบ่อน้ำพุที่ไร้น้ำ
น้ำพุที่ไหลด้วยน้ำนำความชุ่มชื่นมาสู่คนที่กระหาย แต่ "บ่อน้ำพุที่ไร้น้ำ" เหลือไว้เพียงความกระหายและผิดหวัง ในทำนองเดียวกัน แม้ว่าผู้สอนเท็จจะสัญญาสิ่งต่างๆมากมาย แต่เขาเหล่านั้นจะไม่สามารถทำตามสิ่งซึ่งเขาสัญญาไว้ได้ (ให้ดูใน: figs_simile)
เป็นเมฆที่ถูกพายุพัดไป
เมื่อผู้คนเห็นเมฆพายุก็คาดหวังว่าฝนจะตก แต่เมื่อลมพายุได้พัดเอาเมฆให้พัดไปก่อนที่ฝนจะตก ประชาชนก็ผิดหวัง ในทำนองเดียวกันแม้ว่าผู้สอนเท็จจะสัญญาสิ่งต่างๆมากมาย แต่เขาเหล่านั้นจะไม่สามารถทำตามสิ่งซึ่งเขาสัญญาไว้ได้ (ให้ดูใน: figs_simile)
ทรงเตรียมหมอกแห่งความมืดทึบไว้แล้วสำหรับคนเหล่านั้น
คำว่า "คนเหล่านั้น" หมายถึงผู้สอนเท็จ สามารถแปลโดยใช้ประโยคกรรตุวาจก (ให้ประธานเป็นผู้กระทำของประโยค) แปลได้อีกอย่างว่า "พระเจ้าทรงเตรียมหมอกแห่งความมืดทึบไว้แล้วสำหรับคนเหล่านั้น" (ให้ดูใน: figs_activepassive)
เขาพูดเย่อหยิ่งอวดตัว
พวกเขาใช้คำพูดที่น่าประทับใจแต่ไร้ซึ่งความหมายอันใด
พวกเขาล่อลวงผู้คนด้วยตัณหาแห่งเนื้อหนัง
พวกเขาสนใจในธรรมชาติบาปซึ่งพวกเขาอยากให้ผู้คนมีส่วนร่วมในการกระทำอันผิดศีลธรรมและบาปนั้น
ผู้ที่พยายามหนี...สัญญาว่าจะให้...อิสระ ...ทาสของความหายนะ
เปโตรกล่าวถึงผู้ที่ใช้ชีวิตภายใต้บาปนั้นว่าพวกเขาเป็นเหมือนหับทาศของความบาปซึ่งต้องการเป็นอิสระจากการถูกจองจำ (ให้ดูใน: figs_metaphor)
ผู้ที่พยายามหนีจากคนเหล่านั้นที่หลงประพฤติผิด
วลีดังกล่าวหมายถึงผู้เชื่อใหม่ ส่วนวลีที่ว่า "คนเหล่านั้นที่หลงประพฤติผิด" หมายถึงคนที่ไม่ได้เป็นผู้เชื่อผู้ซึ่งยังคงอยู่ภายใต้บาป แปลได้อีกอย่างว่า "ผู้ที่พยายามดำเนินชีวิตอย่างถูกต้อง แต่ยังคงดำเนินชีวิตภายใต้ความบาปเหมือนที่พวกเขาเคยเป็นเช่นเดียวกับคนอื่นๆ" (ให้ดูใน: figs_explicit)
พวกเขาสัญญาว่าจะให้คนเหล่านั้นเป็นอิสระ แต่ตัวพวกเขาเองยังเป็นทาสของความหายนะ
"ผู้สอนเท็จสัญญาว่าจะมอบอิสรภาพแก่คนเหล่านั้น แต่พวกเขาเองนั้นยังเป็นทาสของความหายนะ" ผู้สอนเท็จสัญญากับผู้คนว่าจะช่วยให้พวกเขาหยุดทำบาป แต่ตัวผู้สอนเท็จเองกลับหยุดทำบาปไม่ได้
เพราะว่ามนุษย์เป็นทาสของสิ่งที่ครอบงำเขา
เปโตรกำลังพูดถึงคนว่าเป็นเสมือนกับทาสเมื่อมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นคัวควบคุมคนๆนั้นอยู่ และสิ่งนั้นเองจะกลายเป็นนายของเขา แปลได้อีกอย่างว่า "เพราะเมื่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดควบคุมคนๆนั้นแล้ว เขาก็ตกเป็นทาสของสิ่งนั้น" (ให้ดูใน: figs_metaphor)
2 Peter 2:20-22
กิเลสของโลกนี้
คำว่า "กิเลส"หมายถึงความประพฤติที่บาปซึ่งทำให้คนๆหนึ่งเป็นมลทินทางศีลธรรม ส่วนคำว่า "โลกนี้" หมายถึงสังคมมนุษย์ แปลได้อีกอย่างว่า "การประพฤติอันเต็มไปด้วยกิเลสของสังคมมนุษย์ซึ่งเต็มไปความบาป" (ให้ดูใน: figs_metonymy)
ด้วยความรู้ของพระเจ้าและพระเยซูคริสต์พระผู้ช่วยให้รอด
สามารถแปลคำว่า "ความรู้" โดยใช้กริยาวลีแทน ให้กลับไปดูว่าข้อพระธรรมที่มีเนื้อหาคล้ายกันใน 1:1 และ 1:8 แปลไว้ว่าอย่างไร แปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า "ผ่านทางการรู้จักพระเจ้าและพระเยซูคริสต์พระผู้ช่วยให้รอด" (ให้ดูใน: figs_abstractnouns)
บั้นปลายของเขาก็กลับชั่วร้ายยิ่งกว่าตอนต้น
"สภาพของเขากลับแย่ยิ่งกว่าเมื่อก่อน"
ทางชอบธรรม
เปโตรกำลังเปรียบเทียบชีวิตว่าเหมือนกับ "ทาง" หรือทางเดิน วลีดังกล่าวหมายถึงการดำเนินชีวิตตามพระประสงค์ของพระเจ้า (ให้ดูใน: figs_metaphor)
พระบัญญัติอันบริสุทธิ์ที่ได้ทรงโปรดประทานให้แก่เขานั้น
สามารถแปลโดยใช้ประโยคกรรตุวาจก (ให้ประธานเป็นผู้กระทำของประโยค) แปลได้อีกอย่างว่า "พระบัญญัติอันบริสุทธิ์ซึ่งพระเจ้าทรงประทานแก่เขา" (ให้ดูใน: figs_activepassive)
สุภาษิตซึ่งเป็นความจริงสำหรับพวกเขา
"ใช้สุภาษิตกับพวกเขาได้"หรือ "สุภาษิตนี้อธิบายเขาได้(อย่างถูกต้อง)"
สุนัขได้กลับกินสิ่งที่มันสำรอกออกมาแล้ว และสุกรที่ได้ชำระล้างตัวแล้วก็กลับลุยลงไปนอนในปลักอีก
เปโตรใช้สุภาษิตสองสำนวนนี้เพื่ออธิบายลักษณะของผู้สอนเท็จ แม้ว่าพวกเขาจะรู้จัก "ทางชอบธรรม" นั้น พวกเขาก็ได้หันกลับไปหาสิ่งซึ่งทำให้พวกเขาเป็นมลทินด้านศีลธรรมและจิตวิญญาณ (ให้ดูใน: writing_proverbs)
2 Peter 3
2 Peter 3:1-2
ข้อมูลทั่วไป
เปโตรเริ่มต้นพูดถึงยุคสุดท้าย
ให้ สะกิดใจอันบริสุทธิ์ของท่าน
เปโตรเปรียบเทียบการกระตุ้นผู้อ่านของเขาให้คิดเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้นั้นเป็นเหมือนการที่เขาต้องสะกิดหรือปลุกให้พวกเขาตื่นจากหลับ แปลอีกอย่างได้ว่า "เพื่อให้ท่านคิดในสิ่งที่บริสุทธิ์" (ให้ดูใน: figs_metaphor)
ถ้อยคำทั้งหลายที่พวกศาสดาพยากรณ์อันบริสุทธิ์ได้กล่าวไว้เมื่อก่อน
ฉบับภาษาอังกฤษใช้ "the words spoken in the past by the holy prophets" ซึ่งแปลตรงตัวได้ว่า "ถ้อยคำซึ่งได้กล่าวไว้ในกาลก่อนโดยบรรดาศาสดาพยากรณ์อันบริสุทธิ์" กระนั้นในฉบับภาษาไทยผู้แปลแปลโดยใช้ประโยคกรรตุวาจก (ให้ประธานเป็นผู้กระทำของประโยค) จึงแปลได้ว่า "ถ้อยคำทั้งหลายที่พวกศาสดาพยากรณ์อันบริสุทธิ์ได้กล่าวไว้เมื่อก่อน" (ให้ดูใน: figs_activepassive)
คำบัญชาขององค์พระผู้เป็นเจ้าและพระผู้ช่วยให้รอดผ่านทางพวกอัครสาวกของท่าน
สามารถแปลโดยใช้ประโยคกรรตุวาจก (ให้ประธานเป็นผู้กระทำของประโยค) แปลได้อีกอย่างว่า "คำบัญชาขององค์พระผู้เป็นเจ้าและพระผู้ช่วยให้รอดซึ่งบรรดาอัครสาวกได้ให้แก่พวกท่าน" (ให้ดูใน: figs_activepassive)
2 Peter 3:3-4
จงรู้ข้อนี้ก่อน
"จงรู้ไว้ว่าสิ่งนี้คือสิ่งที่สำคัญที่สุด" ให้กลับไปดูว่า 1:19 แปลไว้ว่าอย่างไร
ดำเนินตามใจปรารถนาชั่วของตน
คำว่า "ปราถนา" ในที่นี้หมายถึงความปรารถนาที่เป็นบาปซึ่งขัดต่อพระประสงค์ของพระเจ้า แปลได้อีกอย่างว่า "ดำเนินชีวิตตามความปราถนาชั่วของพวกเขา" (ให้ดูใน: figs_explicit)
ดำเนิน
กระทำ, ประพฤติ
คำที่ทรงสัญญาไว้ว่าพระองค์จะเสด็จมานั้นอยู่ที่ไหน
ผู้เยาะเย้ยถามคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบนี้เพื่อเน้นให้เห็นว่าพวกเขาไม่เชื่อว่าพระเยซูจะเสด็จกลับมา ส่วนคำว่า "ทรงสัญญา" หมายถึงการทำให้สำเร็จตามคำสัญญาว่าพระเยซูจะทรงเสด็จกลับมา แปลได้อีกอย่างว่า "พระสัญญาที่ว่าพระเยซูจะเสด็จกลับมานั้นไม่เป็นความจริง พระองค์จะไม่เสด็จกลับมา!" (ให้ดูใน figs_rquestion and figs_metonymy)
บรรพบุรุษหลับล่วงไปแล้ว
คำว่า "บรรพบุรุษ" หมายถึงบรรพบุรุษที่เคยมีชีวิตอยู่ ส่วนคำว่า "หลับล่วง" เป็นสำนวนหมายความว่าพวกเขาได้ตายไปแล้ว (ให้ดูใน: figs_idiom)
สิ่งทั้งปวงก็เป็นอยู่เหมือนที่ได้เป็นอยู่ตั้งแต่เดิมทรงสร้างโลก"
ผู้เยาะเย้ยโต้เถียงว่าในเมื่อไม่มีอะไรในโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ก็เป็นไปไม่ได้ที่พระเยซูจะเสด็จกลับมา (ให้ดูใน: figs_hyperbole)
ตั้งแต่เดิมทรงสร้างโลก
สามารถแปลโดยใช้กริยาวลี แปลได้อีกอย่างว่า "ตั้งแต่พระเจ้าทรงสร้างโลก" (UDB) (ให้ดูใน: figs_abstractnouns)
2 Peter 3:5-7
ฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกจึงได้บังเกิดขึ้น...นานมาแล้วโดยคำสั่งของพระเจ้า
สามารถแปลโดยใช้ประโยคกรรตุวาจก (ให้ประธานเป็นผู้กระทำของประโยค) แปลได้อีกอย่างว่า "พระเจ้าทรงตั้งฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก...นานมาแล้วด้วยพระดำรัสของพระองค์" (ให้ดูใน: figs_activepassive)
บังเกิดขึ้นแยกออกจากน้ำ
หมายความว่าพระเจ้าทรงทำให้แผ่นดินบังเกิดขึ้นโดยแยกออกจากน้ำ แล้วทรงทำให้น้ำมารวมกันอีกเพื่อให้เกิดเป็นเกาะต่างๆขึ้น
โดยเหตุเหล่านั้น
คำว่า "เหตุเหล่านั้น" หมายถึงพระดำรัสของพระเจ้าและน้ำ
ในเวลานั้นโลกได้ถูกทำลายโดยถูกน้ำท่วม
สามารถแปลโดยใช้ประโยคกรรตุวาจก (ให้ประธานเป็นผู้กระทำของประโยค) แปลได้อีกอย่างว่า "ในเวลานั้นพระเจ้าทรงทำลายโลกโดยทำให้น้ำท่วมโลก" (ให้ดูใน: figs_activepassive)
ท้องฟ้าอากาศและแผ่นดินโลกที่อยู่เดี๋ยวนี้ พระองค์ทรงสงวนไว้โดยคำตรัสนั้นสำหรับให้ไฟเผา
สามารถแปลโดยใช้ประโยคกรรตุวาจก (ให้ประธานเป็นผู้กระทำของประโยค) แปลได้อีกอย่างว่า "ด้วยพระบัญชาเดียวกันนั้น องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงสงวนฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกไว้สำหรับไฟ" (ให้ดูใน: figs_activepassive)
โดยคำตรัสนั้น
คำว่า "คำตรัส" หมายถึงพระเจ้าผู้ซึ่งทรงบัญชา แปลได้อีกอย่างว่า "พระเจ้าผู้ซึ่งประทานบัญชาที่คล้ายกันนั้น"
เก็บไว้จนถึงวันทรงพิพากษา
สามารถแปลโดยใช้ประโยคกรรตุวาจก (ให้ประธานเป็นผู้กระทำของประโยค) แปลได้อีกอย่างว่า "พระองค์ทรงเก็บสิ่งเหล่านั้นไว้สำหรับวันพิพากษา" (ให้ดูใน: figs_activepassive)
วันทรงพิพากษาและวันพินาศแห่งบรรดาคนอธรรม
สามารถแปลโดยใช้กริยาวลีแทน แปลได้อีกอย่างว่า "สำหรับวันซึ่งพระองค์จะทรงพิพากษาและทำลายคนอธรรม" (ให้ดูใน: figs_abstractnouns)
2 Peter 3:8-9
อย่าลืมข้อนี้เสีย
"ท่านควรเข้าใจสิ่งนี้ให้ดีว่า" หรือ "ท่านไม่ควรละเลยสิ่งนี้คือ"
วันเดียวขององค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นเหมือนกับพันปี
"ว่าจากมุมมองของพระเจ้าแล้วนั้น หนึ่งวัน(ของพระองค์)ก็เหมือนกับหนึ่งพันปี(บนโลก)"
องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ได้ทรงเฉื่อยช้าในเรื่องพระสัญญาของพระองค์
"องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ได้ช้าในการกระทำให้สำเร็จตามพระสัญญา"
ตามที่บางคนคิดนั้น
บางคนคิดว่าพระเจ้าทรงเฉื่อยชาในการกระทำให้สำเร็จตามพระสัญญาของพระองค์เพราะมุมมองของพวกเขานั้นต่างจากมุมมองของพระเจ้า
2 Peter 3:10
แต่ว่า
ถึงแม้ว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงอดกลั้นเพราะต้องการให้ผู้คนกลับใจนั้น พระองค์ก็จะเสด็จกลับมาและพิพากษาโดยแน่
วันขององค์พระผู้เป็นเจ้านั้นจะมาถึงเหมือนอย่างขโมย
เปโตรเปรียบเทียบว่าวันซึ่งพระเจ้าจะทรงพิพากษานั้นจะเหมือนกับขโมยซึ่งมาอย่างไม่มีใครคาดถึง ทำให้ผู้คนประหลาดใจ (ให้ดูใน: figs_personification และ figs_simile)
ฟ้าสวรรค์ผ่านไป
"ฟ้าสวรรค์จะหายไป"
โลกธาตุจะถูกเผาไหม้ด้วยไฟ
สามารถแปลโดยใช้ประโยคกรรตุวาจก (ให้ประธานเป็นผู้กระทำของประโยค) แปลได้อีกอย่างว่า "พระเจ้าจะทรงเผาโลกธาตุด้วยไฟ" (ให้ดูใน: figs_activepassive)
โลกธาตุ
มีความหมายที่เป็นไปได้คือ 1) ฟ้าสวรรค์ เช่น พระอาทิตย์ พระจันทร์ และดวงดาว หรือ 2) สิ่งซึ่งประกอบกันขึ้นเป็นฟ้าสวรรค์และโลก เช่น ดิน อากาศ ไฟ และน้ำ
แผ่นดินโลกกับการงานทั้งปวงที่มีอยู่จะถูกเปิดเผย
พระเจ้าจะทรงทอดพระเนตรโลกทั้งโลกและการทุกอย่างที่ทุกคนกระทำ และพระองค์จะทรงพิพากษาทุกอย่าง สามารถแปลโดยใช้ประโยคกรรตุวาจก (ให้ประธานเป็นผู้กระทำของประโยค) แปลได้อีกอย่างว่า "พระเจ้าจะทรงเปิดเผยให้เห็นธาตุแท้ของโลกและการทุกอย่างที่ทุกคนกระทำ" (ให้ดูใน: figs_activepassive)
2 Peter 3:11-13
พระธรรมข้อนี้เชื่อมต่อมาจากเนื้อหาก่อนหน้านี้
เปโตรเริ่มต้นบอกบรรดาผู้เชื่อว่าพวกเขาควรจะดำเนินชีวิตอย่างไรขณะที่รอให้ถึงวันขององค์พระผู้เป็นเจ้า
เมื่อเห็นแล้วว่าสิ่งทั้งปวงจะต้องสลายไปหมดสิ้นเช่นนี้
สามารถแปลโดยใช้ประโยคกรรตุวาจก (ให้ประธานเป็นผู้กระทำของประโยค) แปลได้อีกอย่างว่า "เมื่อเห็นแล้วว่าพระเจ้าจะทรงทำลายสิ่งทั้งปวงไปหมดสิ้นเช่นนี้" (ให้ดูใน: figs_activepassive)
ท่านทั้งหลายควรจะเป็นคนเช่นใด
เปโตรใช้คำถามที่ไม่ต้องการคำตอบเพื่อต้องการเน้นในสิ่งที่เขากำลังจะพูดต่อไป ว่า "ควรดำเนินชีวิตที่บริสุทธิ์และติดตามพระเจ้า" แปลได้อีกอย่างว่า "ท่านรู้หรือไม่ว่าท่านควรจะเป็นคนเช่นใด" (ให้ดูใน: figs_rquestion)
ฟ้าสวรรค์จะถูกทำลายด้วยไฟและ โลกธาตุจะละลายไปด้วยไฟอันร้อนยิ่ง
สามารถแปลโดยใช้ประโยคกรรตุวาจก (ให้ประธานเป็นผู้กระทำของประโยค) แปลได้อีกอย่างว่า "พระเจ้าจะทรงทำลายฟ้าสวรรค์ด้วยไฟและหลอมละลายโลกธาตุด้วยไฟอันร้อนยิ่ง" (ให้ดูใน: figs_activepassive)
โลกธาตุ
มีความหมายที่เป็นไปได้คือ 1) ฟ้าสวรรค์ เช่น พระอาทิตย์ พระจันทร์ และดวงดาว หรือ 2) สิ่งซึ่งประกอบกันขึ้นเป็นฟ้าสวรรค์และโลก เช่น ดิน อากาศ ไฟ และน้ำ ให้กลับไปดูว่า 3:10 แปลไว้ว่าอย่างไร
ที่ซึ่งความชอบธรรมจะดำรงอยู่
เปโตรได้เปรียบเทียบ "ความชอบธรรม" ราวกับว่าความชอบธรรมเป็นบุคคล การเขียนเช่นนี้เรียกว่าการใช้ 'นามนัย' (ซึ่งเป็นการดึงเอาลักษณะเด่นของสิ่งต่างๆออกมากล่าว) ความหมายของนามนัยของ "ความชอบธรรม" ในที่นี้หมายถึงคนชอบธรรม แปลได้อีกอย่างว่า "ที่ซึ่งคนชอบธรรมอาศัยอยู่" หรือ "ที่ซึ่งคนจะดำเนินชีวิตอย่างชอบธรรม" (ให้ดูใน: figs_personification and figs_metonymy)
2 Peter 3:14-16
ท่านก็จงอุตส่าห์ให้พระองค์ทรงพบท่านทั้งหลายอยู่เป็นสุข ปราศจากมลทินและข้อตำหนิ
สามารถแปลโดยใช้ประโยคกรรตุวาจก (ให้ประธานเป็นผู้กระทำของประโยค) แปลได้อีกอย่างว่า "จงทำอย่างดีที่สุดในการดำเนินชีวิตเพื่อพระเจ้าจะทรงพบว่าท่านนั้นปราศจากมลทินและข้อตำหนิ และมีสันติสุขร่วมกับพระองค์และคนอื่นๆด้วย" (ให้ดูใน: figs_activepassive)
ปราศจากมลทินและข้อตำหนิ
คำว่า "ปราศจากมลทิน" และ "ข้อตำหนิ" หมายถึงสิ่งเดียวกัน ใช้เพื่อเน้นให้เห็นถึงศีลธรรมอันบริสุทธิ์ แปลได้อีกอย่างว่า "บริสุทธิ์หมดจด" (ให้ดูใน: figs_doublet)
ปราศจากมลทิน
หมายถึงการ "ปราศจากซึ่งความผิด" (ให้ดูใน: figs_metaphor)
จงพิจารณา ความอดทนของพระเจ้าของเราที่จะรอด (หรือ จงพิจารณา ความอดทนของพระเจ้าของเราว่าเป็นรอด)
เพราะ่าพระเจ้าทรงอดทน วันแห่งการพิพากษาจึงยังไม่มาถึง ด้วยเหตุนี้จึงเป็นโอกาสให้คนได้กลับใจและได้รับการช่วยให้รอดตามที่เปโตรได้อธิบายไว้ใน 3:8 สามารถแปลได้อีกอย่างว่า "และเช่นกัน ให้คิดเถิดว่าความอดทนของพระเจ้าเรานั้นเป็นเหมือนการประทานโอกาสให้ท่านได้กลับใจและข่วยให้รอด" (ให้ดูใน: figs_explicit)
ด้วยสติปัญญาที่ได้ทรงโปรดประทานแก่ท่านนั้น
สามารถแปลโดยใช้ประโยคกรรตุวาจก (ให้ประธานเป็นผู้กระทำของประโยค) แปลได้อีกอย่างว่า "ตามสติปัญญาซึ่งพระเจ้าทรงประทานให้แก่เขา" (ให้ดูใน: figs_activepassive)
เปาโลได้พูดสิ่งเหล่านี้ไว้ในจดหมายของท่านทุกฉบับ
"เปาโลได้พูดถึงความอดทนของพระเจ้าซึ่งนำไปสู่การช่วยให้รอดซึ่งปรากฎในจดหมายของท่านทุกฉบับ"
และในจดหมายนั้นมีบางข้อที่เข้าใจยาก
มีบางอย่างในจดหมายของเปาโลซึ่งยากต่อการทำความเข้าใจ
คนทั้งหลายที่ไม่ได้เรียนรู้และไม่แน่นอนมั่นคงนั้นได้เปลี่ยนแปลงเสีย
คนทั้งหลายที่ไม่ได้เรียนรู้และไม่มั่นคงนั้นตีความสิ่งที่อยู่ในจดหมายของเปาโลผิดไป ซึ่งเป็นส่วนที่ยากต่อการเข้าใจ
ไม่ได้เรียนรู้และไม่แน่นอนมั่นคง
"ไม่ได้เรียนรู้และไม่มั่นคง" คนเหล่านี้ไม่ได้รับการสั่งสอนว่าควรจะตีความพระวจนะให้เหมาะสมได้อย่างไร ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้รับการสร้างให้เป็นบุคคลซึ่งรู้เกี่ยวกับความจริงของพระกิตติคุณ
เป็นเหตุกระทำให้ตัวพินาศ
"ทำให้ตัวเองพินาศ"
2 Peter 3:17-18
พระธรรมข้อนี้เชื่อมต่อมาจากเนื้อหาก่อนหน้านี้
เปโตรจบการสั่งสอนบรรดาผู้เชื่อไว้ในข้อนี้ และจบจดหมายของเขาตรงนี้
พราะเหตุนั้น ท่านที่รัก เมื่อท่านทั้งหลายรู้เรื่องนี้ก่อนแล้ว
คำว่า "เรื่องนี้" หมายถึงความจริงเกี่ยวกับความอดกลั้นหรือดทนของพระเจ้าและคำสั่งสอนอื่นๆเกี่ยวกับผู้สอนเท็จ
จงระวังให้ดี
"จงป้องกันตัวเอง"
เพื่อท่านจะไม่ถูกทำให้หลงผิดตามการหลอกลวงของ คนชั่ว
สามารถแปลโดยใช้ประโยคกรรตุวาจก (ให้ประธานเป็นผู้กระทำของประโยค) แปลได้อีกอย่างว่า "เพื่อที่คนชั่วจะไม่นำให้ท่านหลงไปด้วยคำโกหกหลอกลวง" (ให้ดูใน: figs_activepassive)
ถูกทำให้หลงผิดตามการหลอกลวง
การถูกจูงใจให้ไม่เชื่อฟังพระเจ้าได้รับการเปรียบเทียบว่าเป็นเสมือนกับการถูกนำให้หลงออกไปจากทางที่ถูกต้อง ส่วนคำสั่งสอนที่โกหกและหลอกลวงเป็นเสมือนกับคนซึ่งสามารถนำให้อีกคนหนึ่งหลงออกไปจากทางได้ (ให้ดูใน: figs_metaphor)
สูญเสียความสัตย์ซื่อของของท่าน
ความสัตย์ซื่อเป็นเสมือนสิ่งของที่ผู้เชื่อสามารถทำหายได้ แปลได้อีกอย่างว่า "ทำให้ท่านไม่สัตย์ซื่ออีกต่อไป" (ให้ดูใน: figs_metaphor)
เจริญขึ้นในพระคุณ และในความรู้
"เพิ่มพูนในพระคุณและความรู้"
พระคุณ และในความรู้เขององค์พระผู้เป็นเจ้าและพระเยซูคริสต์พระผู้ช่วยให้รอดของเรา
สามารถแปลคำว่า "พระคุณ"และ "ความรู้" โดยใช้กริบาวลีแทน ให้กลับไปดูว่า 1:1 และ 1:8 และ 2:20 แปลไว้ว่าอย่างไร สามารถแปลประโยคดังกล่าวได้อีกอย่างว่า "มีประสบการณ์กับพระเมตตาขององค์พระผู้เป็นเจ้าและพระเยซูคริสต์พระผู้ช่วยให้รอดของเรามากขึ้น แล้วท่านจะรู้จักพระองค์มากขึ้น" (UDB) (ให้ดูใน: figs_abstractnouns).